Z

รัฐสภาเคียฟ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ระบุถูกโจมตีทางไซเบอร์

ประกาศดังกล่าวให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเอกสารสำคัญประจำตัวของประชาชน ให้อำนาจรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวถ้าจำเป็น

นอกจากนี้รัฐบาลยังจะเข้าควบคุมบริการการสื่อสารทางวิทยุและดิจิทัลที่อาจทำให้สถานการณ์ปั่นป่วนขึ้น และสั่งการไม่ได้ทหารกองหนุนเดินทางออกนอกประเทศ

มติดังกล่าว ออกมาหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศเมื่อ 21 ก.พ. ให้การรับรอง 2 พื้นที่อิทธิพลของกบฏแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครนให้เป็นรัฐเอกราช คือ เมืองดอแนสก์ และลูฮานสก์ ที่ฝ่ายกบฏสถาปนาให้เป็นสาธารณรัฐประชาชน และเป็นฐานที่มั่นในการปะทะกับกองกำลังของยูเครนมาตั้งแต่ปี 2014

>สหรัฐฯ คว่ำบาตรรัฐเกิดใหม่ที่รัสเซียรับรอง ยูเครนย้ำเขตแดนไม่เปลี่ยน
>ส่อง 3 เส้นทางยุทธศาสตร์ รัสเซียเตรียมใช้ยกทัพบุกยูเครน

ประกาศภาวะฉุกเฉินนี้ไม่มีผลต่อ 2 ภูมิภาคในฝั่งตะวันออกของประเทศที่ฝ่ายกบฏควบคุมอยู่ เพราะทั้ง 2 พื้นที่นี้อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินมาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว

โจมตีทางไซเบอร์

รัฐบาลยูเครนระบุว่า หลายกระทรวงและสถาบันการเงินหลายแห่งในประเทศ ต้องปิดระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเองหลังถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ เมื่อ 23 ก.พ.

มิคไคโล เฟดโดรอฟ รมว. กระทรวงการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล เปิดเผยผ่านแอปสนทนาเทเลแกรม ว่า สถาบันสำคัญของประเทศ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทวงสาธารณสุข กระทรวงทหารผ่านศึก รวมทั้งธนาคารหลายแห่ง ต้องปิดเว็บไซต์ หลังจากถูกโจมตีด้วยวิธี Distributed Denial of Service – DDoS)

DDoS เป็นการปล่อยข้อมูลให้ท่วมท้นเว็บไซต์ด้วยเครือข่ายข้อมูลปลอมมากมาย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ระบบสามารถทำงานได้ปกติ

ก่อนหน้านี้ ทางการยูเครนประกาศว่า ได้รับคำเตือนทางออนไลน์ว่าแฮกเกอร์กำลังวางแผนโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของรัฐบาล ธนาคาร และหน่วยงานการป้องกันประเทศ

รัฐบาลยูเครนยังไม่ได้ระบุว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ แต่ยูเครนโดยสงครามลูกผสมเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2014 และชาติเดียวที่ถูกกล่าวหามาตลอดว่าอยู่เบื้องหลังก็คือ รัสเซีย

เมื่อ ธ.ค. 2015 ระบบสายส่งไฟฟ้าของยูเครนถูกแฮก ต่อมาบริษัทพลังงานของยูเครนพบว่าที่อยู่ของ Internet Protocol หรือ มาตรฐานที่สร้างขึ้นในเรื่องของการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างเครื่องปลายทาง ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มาจากรัสเซีย

กลุ่มต่อต้าน พ.ร.บ.คอมพ์ เตรียมยกระดับโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานรัฐไทยฐ
ชาติตะวันตกมีมาตรการอะไรตอบโต้รัสเซียกรณียูเครน
ขณะเดียวกันรัฐบาลยูเครนได้เรียกร้องให้พลเมืองของตัวเองที่อาศัยอยู่ในรัสเซียราว 3 ล้านคน เดินทางออกทันที

ด้านกองทัพยูเครนออกประกาศเชิญชวนทหารกองหนุนวัย 18-60 ปี เข้าร่วมเป็นทหารประจำการ

บุกใน 24 ชั่วโมง ?
หลังจากนายสกอตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเช่นเดียวกับชาติมหาอำนาจอื่น ๆ เพื่อกดดันรัสเซียที่เตรียมการจะบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านายมอริสัน ของออสเตรเลียกล่าวว่า “อันที่จริงการรุกรานยูเครนนั้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว รัสเซียอยู่ในจุดที่มีความพร้อมสูงสุดในการบุกเข้าโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ รายงานข่าวกรองบอกว่าเริ่มมีเหตุยิงปืนใหญ่และพบหลักฐานอื่น ๆ ที่ยืนยันว่ารัสเซียเริ่มโจมตียูเครนแล้ว”

ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัท Maxar Technologies ซึ่งเป็นของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่ารัสเซียได้เสริมกำลังเพิ่มเติม ทั้งทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่แนวพรมแดนทางตะวันตกของประเทศ ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งยังมีรายงานว่าพบยานยนต์ทหารกว่า 100 คัน ที่สนามบินขนาดเล็กแห่งหนึ่งของเบลารุส ซึ่งตั้งอยู่ตรงชายแดนที่ติดกับทิศเหนือของยูเครนด้วย

นอกจากนี้ รัสเซียและเบลารุสยังประกาศให้การซ้อมรบร่วมที่ดำเนินมาแล้วถึง 20 วัน ขยายเวลาออกไปอีกอย่างไม่มีกำหนด ส่วนทางด้านยูเครนนั้นได้ตั้งรับโดยเรียกระดมพลทหารกองหนุน ซึ่งประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี บอกว่าเป็นการเรียกตัวเข้าประจำการชั่วคราวเท่านั้น ยังไม่ใช่การระดมพลครั้งใหญ่แต่อย่างใด

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีการเคลื่อนกำลังพลในภาคพื้นยุโรปเพื่อเตรียมรับสถานการณ์สงครามที่ใกล้ปะทุขึ้นทุกขณะ โดยทหารอเมริกัน 800 นาย จะเข้าประจำการที่อิตาลีไปจนถึงภูมิภาคแถบชายฝั่งทะเลบอลติก รวมทั้งประจำการเครื่องบินรบ F-35 จำนวน 8 ลำ ในทางตะวันออกของเขตแดนชาติพันธมิตรนาโต และจะส่งเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นอาปาเช่ AH-64 จำนวน 32 ลำ ไปยังภูมิภาคแถบบอลติกและโปแลนด์ด้วย

ก่อนหน้านี้ชาติตะวันตกและพันธมิตรซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา และญี่ปุ่น ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หลังมีการรับรองเอกราชให้ดินแดนภายใต้การยึดครองของกลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซีย บริเวณภาคตะวันออกของยูเครน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แถลงที่ทำเนียบขาวโดยประณามการกระทำของรัสเซียว่า “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง” ทั้งระบุว่าผู้นำรัสเซียไม่มีสิทธิรับรองเอกราชให้แก่รัฐใด ๆ ที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เท่ากับโจมตี “สิทธิในการดำรงอยู่” ของประเทศยูเครน

ผู้นำสหรัฐฯยังกล่าวว่า จุดยืนล่าสุดของประธานาธิบดีรัสเซียนั้น แสดงถึงการเมินเฉยไม่ใส่ใจที่จะเจรจาทางการทูตกันอย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรร่วมมือกันอย่างแข็งขันยิ่งขึ้น เพื่อต่อต้านการรุกรานของรัสเซียและคุ้มกันเหล่าพันธมิตรนาโต

นายไบเดนระบุว่าสหรัฐฯได้คว่ำบาตรเงินกู้ภาครัฐที่ให้แก่รัสเซีย รวมทั้งคว่ำบาตรสถาบันการเงินใหญ่ของรัสเซียสองแห่ง ได้แก่ธนาคาร VEB และธนาคารทหารซึ่งเป็นของกองทัพรัสเซีย นอกจากนี้ยังเตรียมคว่ำบาตรบรรดาชนชั้นนำและครอบครัว โดยจะรวมถึงเหล่าสมาชิกรัฐสภาของรัสเซียที่ออกเสียงสนับสนุนการกระทำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนี่เป็นมาตรการคว่ำบาตรแบบเดียวกับของสหภาพยุโรป

“รัสเซียจะไม่สามารถหาเงิน หรือระดมทุนจากโลกตะวันตกได้อีกต่อไป” นายไบเดนกล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร แถลงต่อรัฐสภาว่าได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยอายัดทรัพย์สินของธนาคารรัสเซีย 5 แห่ง และของมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย 3 คน ที่เก็บอยู่ในสหราชอาณาจักร ทั้งยังห้ามคนเหล่านี้เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรด้วย

ส่วนเยอรมนีได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยระงับกระบวนการออกใบอนุญาตดำเนินโครงการท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ซึ่งลำเลียงก๊าซธรรมชาติมาจากทางตะวันออกของรัสเซีย

Read Comments

Leave a comment