Z

ผู้นำของยูเครน ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ให้อยู่ในความเรียบร้อย

เป็นเวลาหลายวันติดต่อกันแล้วที่ชาวยูเครนอยู่ท่ามกลางสงครามข้อมูลข่าวสารระหว่างชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ซึ่งเตือนว่า กำลังจะมีการบุกยูเครนในอีกไม่ช้า ขณะที่รัฐบาลรัสเซียระบุว่า ไม่ได้มีเจตนาจะทำเช่นนั้น ผู้นำของยูเครนเองก็ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกให้อยู่ในความเรียบร้อย ขณะที่ยูเครนกำลังเผชิญกับการเสริมกำลังทหารจำนวนมากของรัสเซียใกล้กับพรมแดนของตัวเอง

“ความตื่นตระหนก” ของตะวันตก
รัสเซียบอกว่า ทหารบางหน่วยได้เสร็จสิ้นการฝึกซ้อมทางทหารแล้ว และกำลังจะถอนกำลังออกจากเบลารุสและพรมแดนที่ติดกับยูเครน

สหรัฐฯ และผู้นำนาโตได้เตือนว่า นี่เป็นการเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของรัสเซีย และประธานาธิบดีปูติน อาจเริ่มการโจมตีได้ในอีกไม่นานนี้

ในรัสเซีย การพูดเช่นนี้ถูกเรียกว่า “ความตื่นตระหนกต่อต้านรัสเซีย”

ในโซเชียลมีเดีย ชาวรัสเซียจำนวนมากได้ล้อเลียนสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า เป็น “ข้ออ้างในการโจมตี” ของชาติตะวันตก

ผู้ที่รับสื่อจากสำนักข่าวที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซีย โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์หลายช่อง ได้ยินผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการทอล์กโชว์บอกว่า การขยายตัวของนาโตคุกคามรัสเซีย และรัฐบาล “นาซีใหม่” หรือ “ฟาสซิสต์” ในกรุงเคียฟ กำลังวางแผนโจมตี
การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาโต
พาดหัวข่าวหนึ่งในรายการข่าว เวียสตี เนอเดลี (Vesti Nedeli) รายการยอดนิยมรายสัปดาห์ ระบุว่า ยูเครนได้รับความช่วยเหลือด้านอาวุธมหาศาลจนนำไปสู่ “อุปทานหมู่”

ดมิทรี คิเซลยอฟ พิธีกรรายการ ซึ่งเป็นนักวิจารณ์สื่อที่ดังที่สุดในประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กำลังมีการเตรียมประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน “ให้พร้อมสำหรับทำสงคราม”

“ถ้าเราพูดถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน หรือ การผนึกกำลังทางทหารในดินแดนของยูเครน เราก็จะเล็งปืนของเราไปที่หัวของสหรัฐฯ” เขากล่าวเมื่อเดือน ธ.ค.

ในปี 2014 เขาเคยเตือนผู้ชมว่า รัสเซียเป็น “เพียงประเทศเดียวในโลกที่สามารถเปลี่ยนสหรัฐฯ ให้กลายเป็นเถ้าถ่านกัมมันตรังสีได้” ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาได้พูดถึงอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับยุโรป

สื่อรัสเซียมักจะอ้างคำพูดของผู้นำรัสเซียอยู่บ่อยครั้ง แต่มักจะไม่ค่อยตั้งคำถาม

รัสเซียได้ปราบปรามนักข่าวและสำนักข่าวอิสระและฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก มีการประกาศให้นักข่าวหลายคนเป็น “สายลับต่างชาติ” ภายใต้กฎหมายที่มีการควบคุมความสามารถในการดำเนินการ และปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรง
แต่บางครั้งก็ยังพบความเห็นที่ไม่พอใจ หรือคนที่ตั้งคำถามต่อการบอกเล่าของรัฐบาลอยู่เช่นกัน

ยุทธศาสตร์สหรัฐฯ?
ยกตัวอย่างบทวิจารณ์ของหนังสือพิมพ์คอมเมอร์ซานต์ (Kommersant) ได้นำเสนอผลเสียของ “การกดดันทางการทูตและการทหารต่อชาติตะวันตก” ของรัสเซีย คือ ทำให้มีการส่งอาวุธให้แก่รัฐบาลยูเครนเพิ่มขึ้น นาโตได้ส่งกองกำลังเข้ามาในภูมิภาค และการที่มีความรู้สึกต่อต้านรัสเซียเพิ่มขึ้นในยูเครน

แม้ว่าจะมีสำนักข่าวหลายแห่งล้อเลียนคำเตือนของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียกำลังวางแผนที่จะโจมตีจัดฉาก และอาจจะมีการบุกภายในสัปดาห์นี้ นักวิจารณ์นโยบายต่างประเทศที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า

“นี่คือยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมของทำเนียบขาว ถ้ารัสเซียบุก ก็จะเป็นการเตือนคนทั่วโลก แต่ถ้าไม่บุก ไบเดนก็จะกลายเป็นผู้นำที่ทำให้ปูตินทำตัวไม่ถูก”

ดัชนีเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Index) ในปี 2021 ซึ่งเป็นการจัดอันดับประจำปีขององค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders) ที่ประเมินเสรีภาพของนักข่าว ปรากฏว่า รัสเซียอยู่ที่อันดับ 150 จาก 180 ประเทศ

เสรีภาพสื่อ
ส่วนยูเครนอยู่ที่อันดับ 97 ในบัญชีเดียวกันนี้

สื่อมีเสรีภาพมากกว่าในรัสเซีย แต่องค์กรเสรีภาพสื่อระบุว่า “สงครามข้อมูลข่าวสารกับรัสเซีย ทำให้เกิดผลลบตามมา รวมถึงการแบนสื่อรัสเซียและโซเชียลมีเดีย

การตอบสนองในตอนแรกของยูเครน จากการที่ชาติตะวันตกให้ความสำคัญกับการเคลื่อนย้ายกำลังทหารของรัสเซียคือการรู้สึกขอบคุณ

แม้ว่ารัฐบาลหลายแห่งในชาติตะวันตกจะรู้สึกตกใจเกี่ยวกับการเสริมกำลังทหารของรัสเซีย แต่ยูเครนกลับเงียบเฉย

หลังจากสหรัฐฯ เตือนว่า รัสเซียกำลังวางแผนที่จะโจมตีลวงเพื่อหาความชอบธรรมในการบุก ผู้นำยูเครนพยายามที่จะไม่ใส่ใจในสิ่งที่นายดมิทรี คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเรียกว่า เป็น “คำทำนายทำลายล้างโลก” มากนัก

. นายกฯ อังกฤษชี้รัสเซียส่งสัญญาณเอาจริง พร้อมถล่มยูเครนแล้ว
. รัสเซีย ยูเครน นาโต ขุมกำลังใครเหนือกว่าใคร
. พลเรือนยูเครนสมัครเป็นทหารอาสาเตรียมรับมือการรุกรานจากรัสเซีย

GodSaveTheQueen

คำเตือนอันหนักแน่นของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรต่อการบุกของรัสเซีย ขัดแย้งกับการแสดงออกของประธานาธิบดีเซเลนสกี

“เป็นคำพูดที่ทรงพลัง!” สำนักข่าวยอดนิยมแห่งหนึ่งระบุ ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดียูเครนบางส่วนกล่าวว่า เมื่อเทียบกันแล้ว มันทำให้พวกเขารู้สึก “ขายหน้า”

“ตอนที่จอห์นสันพูด ผมรู้สึกว่า เขาเป็นประธานาธิบดียูเครน” ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งระบุ

ส่วนในทวิตเตอร์มีการติดแฮชแท็ก #GodSaveTheQueen และ #ThanksFriends เพื่อแสดงความขอบคุณพันธมิตรตะวันตกที่ส่งอาวุธเข้ามาช่วยและให้การสนับสนุนทางการทูต

“เริ่มกันเลยไหม”
การตัดสินของชาติตะวันตกหลายชาติในการสั่งให้เจ้าหน้าที่การทูตกลับประเทศ และแนะนำให้พลเมืองของตัวเองเดินทางออกจากยูเครน ทำให้เกิดการการต่อต้านขึ้น

“แผนบีของฉันก็เหมือนกับแผนเอ คือ การอยู่ในเมืองที่ฉันรักที่สุดในโลก กับคนที่ฉันรักที่สุด” ครูที่อยู่ในกรุงเคียฟคนหนึ่งระบุทางเฟซบุ๊ก

“ถ้าทุกคนรวมตัวกันเตรียมถุงยังชีพจำเป็น ปืนกลถูกขัดเงามากพอจนสะท้อนแสงได้ และทุกคนก็พร้อมสำหรับการบุกขนาดใหญ่แล้ว งั้นก็เริ่มกันเลยไหม” บล็อกเกอร์คนหนึ่งกล่าว

“ชาติตะวันตก อย่าเป็นคนขี้ขลาดและคนทรยศสิ!” นักข่าวที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งร้องขอ

เขาวิงวอนให้ชาติมหาอำนาจในโลกตะวันตกส่งคนมาประจำในยูเครนเพิ่มขึ้น โดยระบุว่า การย้ายหน่วยงานและพลเมืองของตัวเองออกจะยิ่งทำให้รัสเซียต้องการโจมตีมากขึ้น

อย่าตระหนก
นายกรัฐมนตรีเดนิส ชมีฮาล ของยูเครน แสดงความเห็นต่อความสำคัญของการหลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกในวิดีโอทางเฟซบุ๊ก

“สงครามที่เกิดกับเราไม่ใช่แค่ทหารและอาวุธ มันมีหลายมิติ วิกฤตก๊าซธรรมชาติในยุโรป ความไร้เสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินฮริฟเนีย การโจมตีไซเบอร์ การหลอกว่า วางระเบิดตามโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การประท้วงที่ได้รับค่าจ้าง และการประท้วงปลอมทั้งหลาย” เขาระบุ

“ทุกอย่างเหล่านี้คือองค์ประกอบของสงครามลูกผสม และสิ่งที่อันตรายที่สุดของพวกมันคือ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความตื่นตระหนกขึ้น”

Read Comments

Leave a comment