Z

ประธานาธิบดีสหรัฐฯย้ำ ไม่รบกับรัสเซียในสงครามยูเครน หวั่นจุดชนวนสงครามโลก

“ผมขอพูดให้ชัดว่า เราจะปกป้องดินแดนทุกตารางนิ้วของพันธมิตรนาโตอย่างสุดกำลัง ด้วยกองกำลังที่แข็งแกร่งและมีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว แต่เราจะไม่รบกับรัสเซียในสงครามที่พวกเขารุกรานยูเครน เพราะการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่างนาโตกับรัสเซียก็คือสงครามโลกครั้งที่สาม”

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันรัสเซียเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุดได้ห้ามนำเข้าสินค้ารัสเซียจำพวกอาหารทะเล เหล้าวอดก้า และเพชรรัสเซีย รวมทั้งคว่ำบาตรบุคคลใกล้ชิดผู้นำรัสเซียเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรก็จะห้ามนำเข้าสินค้าหรูหราจากรัสเซียเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
. ทัพรัสเซียเริ่มขยับเข้าใกล้กรุงเคียฟอีกครั้ง ยอดสไนเปอร์อันดับโลกรุดช่วยยูเครน
. เข้าสัปดาห์ที่ 3 ผู้ลี้ภัยสงครามมีมากแค่ไหน และหนีการรุกรานไปที่ใดบ้าง
. อาวุธจากชาติตะวันตกมีอะไรบ้าง ช่วยยูเครนรบรัสเซียได้แค่ไหน

ผู้นำสหรัฐฯ ยังประกาศถอดรัสเซียออกจากการเป็น “ชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์อย่างยิ่ง” (most favoured nation) ในทางเศรษฐกิจ โดยจะระงับการให้ประโยชน์ต่างตอบแทนทางการค้า เช่นการลดหรืองดเว้นภาษีศุลกากรต่าง ๆ

ส่วนกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกหรือ G7 ก็กำลังพิจารณาไม่ให้รัสเซียเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินจากสถาบันระดับโลก เช่นกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) รวมทั้งธนาคารโลก


นายกเทศมนตรีเมืองเมลิโตโปลถูกลักพาตัว
คลิปวิดีโอที่ปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์หลายแห่ง แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดของจัตุรัสกลางเมืองเมลิโตโปล (Melitopol) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ขณะนายอิวาน เฟเดรอฟ นายกเทศมนตรี ถูกทหารรัสเซียลากตัวออกจากอาคารที่ทำการโดยมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่านายเฟเดรอฟถูกนำไปควบคุมตัวไว้ที่ใด


ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวประณามการกระทำข้างต้นว่าเป็นอาชญากรรมสงครามและ “อาชญากรรมต่อประชาธิปไตย” เขายังกล่าวว่าสิ่งที่ผู้รุกรานชาวรัสเซียได้ทำลงไป สักวันหนึ่งจะถูกมองว่าต่ำช้าเหมือนกับการก่อการร้ายแบบพวกไอเอส

แม้เมืองเมลิโตโปลตกอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว แต่กระทรวงการต่างประเทศของยูเครนชี้ว่า การลักพาตัวนายกเทศมนตรีของเมืองถือว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งห้ามการจับกุมตัวพลเรือนไปเป็นตัวประกัน

ด้านกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรรายงานว่า การโจมตีของรัสเซียส่วนใหญ่ยังคงใช้จรวดและขีปนาวุธแบบพื้นฐานที่ไม่มีการนำวิถี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีทางอากาศในแนวรบภาคตะวันตกที่เพิ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวาน (11 มี.ค.) เครื่องบินรบรัสเซียใช้ “ระเบิดโง่” (dumb bomb) หรือระเบิดที่ไม่มีการบังคับควบคุมทิศทางจำนวนมาก ปูพรมช่วยเปิดทางให้กองกำลังภาคพื้นดินรุกคืบได้

“การใช้อาวุธที่ไม่มีความแม่นยำโดยไม่เลือกสถานที่เช่นนี้ ทำให้พลเรือนยูเครนเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากขึ้น” รายงานดังกล่าวระบุ
ยูเอ็นไม่เคยได้รับรายงานเรื่องอาวุธชีวภาพในยูเครน
ในการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งรัสเซียร้องขอให้มีการพิจารณาข้อกล่าวหาที่ว่า สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนห้องทดลองในยูเครนพัฒนาอาวุธชีวภาพนั้น

นางอิซึมิ นากามิสึ รองเลขาธิการใหญ่และผู้แทนระดับสูงด้านกิจการปลดอาวุธของสหประชาชาติแถลงว่า ไม่เคยได้รับรายงานเกี่ยวกับโครงการพัฒนาอาวุธชีวภาพใด ๆ ในยูเครนมาก่อน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าในขณะนี้ก็คือ ความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่ตกเป็นเป้าการโจมตีและเข้ายึดครองของกองกำลังรัสเซีย ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่นำไปสู่หายนะทางสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้
ก่อนหน้านั้นนายวาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมว่า รัสเซียมีหลักฐานยืนยันเรื่องที่สหรัฐฯ ให้ทุนแก่เครือข่ายห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 30 แห่งในยูเครน เพื่อพัฒนาเชื้อโรคหลายชนิดให้มีฤทธิ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น จนสามารถนำไปทำอาวุธชีวภาพที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก หรืออาจแพร่เชื้ออันตรายในสัตว์เช่นนกอพยพหรือค้างคาวเพื่อให้ติดต่อไปสู่มนุษย์

อย่างไรก็ตาม ทูตรัสเซียไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมแต่อย่างใด ทำให้นางลินดา โทมัส-กรีนฟีลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติกล่าวตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยและบิดเบือนของรัสเซีย เป็นเพียงการสร้างสถานการณ์และสร้างความชอบธรรมในการโจมตียูเครน ให้กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เท่านั้น

“รัสเซียต่างหากที่มีโครงการพัฒนาอาวุธชีวภาพ ไม่ใช่ยูเครน” นางโทมัส-กรีนฟีลด์ กล่าว

Read Comments

Leave a comment