Z

ไฮโซปลาวาฬ ซิ่งชน ตำรวจแจงแล้ว ทำไมไม่ตรวจแอลกอฮอล์

จากกรณีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา นายวรสิทธิ อิสสระ หรือ ไฮโซปลาวาฬ อายุ 40 ปี ทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เจ้าของโรงแรมศรีพันวาภูเก็ต ขับรถยนต์ยี่ห้อหรูชนราวเหล็กริมทางบนถนนเพชรเกษม บริเวณโค้งบ้านขนิม ม.7ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ก่อนจะทำให้ไฟลุกไหม้ทั้งคัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบจุดเกิดเหตุในเบื้องต้นพบการ์ดเรลหรือราวกั้นทางโค้งได้รับความเสียหาย มีความยาวประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย แต่ยืนยันว่าไม่ต้องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เนื่องจากไม่มีคู่กรณีหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ


และล่าสุดได้มีนักกฎหมายออกมาวิจารณ์บนสื่อออนไลน์ในเรื่องนี้ว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สั่งให้ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดอาจเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้ไม่ต้องรับโทษ เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดตามมาตรา 157 เนื่องจากตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกพ.ศ.2542 มาตรา43 (2) ห้ามขับขี่รถยนต์ในขณะเมาสุราฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 160 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท และสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 6 เดือน

และในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมาตรา 43 (2) ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้มีการทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราขณะขับขี่หรือไม่ถ้าผู้ขับขี่ขัดขืนมีโทษปรับครั้งละ 1,000บาท และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นขับขี่รถขณะเมาสุราแม้ไม่ยอมทดสอบ และในกรณีที่รถยนต์มีประกันภัยภาคสมัครใจหากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นและน่าเชื่อว่าจะมีสาเหตุจากการเมาแล้วขับ บริษัทประกันฯ จะต้องขอให้มีผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์มาประกอบการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หากผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือเป็นการเมาแล้วขับ บริษัทประกันภัยรถยนต์จะไม่คุ้มครองผู้เอาประกัน


ขณะที่ทาง พ.ต.อ.บริบูรณ์ อยู่สุขสมบูรณ์ ผกก.สภ.ท้ายเหมือง ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังผู้สื่อข่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งว่ามีรถประสบอุบัติเหตุและเพลิงไหม้รถจึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายวรสิทธิ อิสสระ หรือ ไฮโซปลาวาฬ ผู้ขับขี่และพบ นายธนันชัย เดชจักรทิพย์ ผู้โดยสารทางพนักงานสอบสวนและสายตรวจตำบล ได้สอบถามพูดคุยอยู่ประมาณ 10 นาที ไม่พบกลิ่นแอลกอฮอล์ที่บุคคลทั้ง 2 จึงไม่ได้สงสัยว่าผู้ขับขี่ได้เมาสุราใขณะขับรถ
ในส่วนเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ของ สภ.ท้ายเหมือง มีอยู่ จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งได้ส่งคืน ภ.จว.พังงา เพื่อตรวจมาตรฐานการวัดค่าไปยัง บริษัท ช.แอดวานซ์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผ่านทางภ.จว.พังงาเ มื่อวันที่ 24 ก.พ.2565


ล่าสุด ได้รับแจ้งว่าบริษัทฯ ยังไม่ได้ส่งเครื่องตรวจแอลกอฮอล์กลับมาที่ภ.จว.พังงา ซึ่งหากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเมาสุราเจ้าหน้าที่จะทำการส่งตัวไปตรวจโลหิตที่โรงพยาบาลท้ายเหมืองเพื่อวัดค่าแอลกอฮอล์ในโลหิตต่อไป และหากผู้ขับขี่ไม่ให้ความร่วมมือทางโรงพยาบาลจะบันทึกเป็นหลักฐานส่งร้อยเวรต่อไป
ส่วนของคดีนั้นทางพนักสอบสวนสภ.ท้ายเหมืองได้เหมืองแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหายและได้เปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา จำนวน 1,000บาท (อัตราสูงสุด) แล้ว
และผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายอัษฎายุทธ สร้อยทอง อดีต สจ.เขต อ.ท้ายเหมือง ซึ่งเล่าว่าอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่ไฟยังไม่ไหม้รถและได้จอดรถลงไปสอบถามพร้อมให้ความช่วยเหลือโดยที่ไม่เคยรู้จักไฮโซปลาวาฬมาก่อนแต่อย่างใด ขอยืนยันว่าจากการเข้าไปพูดคุยกับคนขับและเพื่อน ไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์หรือมีอาการของคนเมาแต่อย่างใด

Read Comments

Leave a comment